[ภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) ]มีความหมายที่น่ากลัวด้วย? ความหมายเปลี่ยนตามจำนวนใบ?​

ปกติเราจะเห็นโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) 3 ใบซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเราเผอิญโชคดีเกิดไปเจอโคลเวอร์ที่มี 4 ใบ หรือ 5 ใบเข้า วันนั้นเราคงรู้สึกมีความสุขกันใช่ไหม ครั้งนี้เราจะมาแนะนำภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ที่ว่านี้กัน

ภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว)

ภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) คือ “สัญญา” “โชค” “โปรดคิดถึงฉัน” “เป็นของของฉันเถอะ” 
ภาษาดอกไม้ “โชค” ของโคลเวอร์มาจากความเชื่อที่ว่า หากได้เจอโคลเวอร์ 4 ใบแล้วคนคนนั้นจะมีความสุข
ส่วน “สัญญา” “โปรดคิดถึงฉัน” “เป็นของของฉันเถอะ” เป็นความหมายที่มาจากศาสนาคริสต์

นอกจากนี้หากเป็น เรด โคลเวอร์ หมายถึง”รักอันเปี่ยมล้น” “ขยันหมั่นเพียร”

ภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) มีความหมายที่น่ากลัวด้วย?

โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) ยังมีภาษาดอกไม้ที่น่ากลัวอย่าง “การแก้แค้น” อีกด้วย
เป็นความหมายที่เชื่อมโยงจากภาษาดอกไม้อื่นๆ เช่น “สัญญา” หรือ “โปรดคิดถึงฉัน” เป็นต้น ที่เมื่อไม่สำเร็จสมหวังตามภาษาดอกไม้เหล่านั้น สิ่งที่ตามมาคือ “การแก้แค้น” นั่นเอง 
และยังมีทฤษฎีที่มาของความหมาย“การแก้แค้น” ที่มาจากศาสนาคริสต์ ด้วยเพราะโคลเวอร์ 4 ใบ มีรูปร่างคล้ายไม้กางเขนทำให้สามารถคิดเชื่อมโยงไปถึงการตรึงกางเขน อันเป็นวิธีประหารชีวิตที่โหดร้ายของชาวโรมันในสมัยก่อน
หากดูเพียงความหมายก็ออกจะน่ากลัวไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันโคลเวอร์เป็นพืชที่ได้รับความนิยมมาทำเป็นช่อดอกไม้หรือนำมาเป็นของขวัญมอบให้ผู้อื่น  

เพื่อความสบายใจของทั้งผู้ให้และผู้รับ เวลามอบโคลเวอร์ให้เป็นของขวัญ เพียงเราเขียนคำขอบคุณ หรือความรู้สึกดีๆของเราสักคำ 2 คำในการ์ดเมสเสจแนบไปด้วย เพียงเท่านี้ผู้รับจะได้รับอย่างสบายใจ

ความหมายที่เปลื่ยนไปตามจำนวนใบโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว)

ภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) จะเปลี่ยนไปตามจำนวนใบ เดี๋ยวเราไปดูภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ 1-5 ใบ กัน

โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) เป็นต้นไม้แบบไหน?

โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) เป็นพืชยืนต้นวงศ์ถั่ว อยู่ในสกุล Trifolium เมื่อโตเต็มที่มีความสูง 15 – 30 ซม. มักพบเห็นได้ทั่วไปตามริมข้างทางหรือคันนา 
เป็นดอกไม้ประจำชาติประเทศไอร์แลนด์ที่ประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า white clover เป็นคำที่มีต้นกำเนิดมาจากการนำโคลเวอร์ที่แห้งๆมาเป็นเครื่องกันกระแทกกล่องที่ทำจากแก้วของเนเธอร์แลนด์นั่นเอง  
โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) จะบานช่วง เดือนเมษายน – เดือนธันวาคม  หรือก็คือเราสามารถชื่นชมเจ้าดอกพวงพู่สีขาวนี้ได้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนฤดูหนาวกันเลย และเป็นพืชที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในประเทศญี่ปุ่น คงมีหลายท่านที่เคยเก็บต้นโคลเวอร์ขาวมาทำเป็นมงกุฎดอกไม้กันใช่ไหมล่ะ

โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) เหมาะกับการให้เป็นของขวัญเฉลิมฉลอง

แสดงความยินดีงานแต่ง
โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) เหมาะกับการอวยพรในงานแต่งงาน ถ้าเป็นโคลเวอร์ 1 ใบ หมายถึง การเริ่มต้นใหม่
ส่วนโคลเวอร์ 3 ใบ หมายถึง 1.ความรัก 2.ความหวัง 3.ความเชื่อใจ และหากเป็นโคลเวอร์ 4 ใบ ก็มีภาษาดอกไม้ว่า โชค ความหมายเหล่านี้ เป็นภาษาดอกไม้ซึ่งเกี่ยวกับความรัก และความสุข จึงเหมาะมากที่จะนำมาทำเป็นช่อดอกไม้มอบอวยพรให้คู่บ่าวสาว

อวยพรการคลอดบุตร

และพืชชนิดนี้ยังเหมาะแก่การอวยพรการคลอดบุตรอีกด้วย โดยเฉพาะโคลเวอร์ 4 ใบที่มีภาษาดอกไม้ว่า โชค ที่เมื่อได้รับมาผู้รับคงรู้สึกยินดีกับความหมายจากช่อดอกไม้อย่างแน่นอน

อนึ่ง การมอบช่อดอกไม้ให้เป็นของขวัญการอวยพร ควรระมัดระวังในเรื่องราคาไว้หน่อยก็จะดี เพราะถ้าเป็นช่อดอกไม้ที่มีราคาถูกเกินไปจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเสียมารยาท ช่วงราคาที่แนะนำอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 เยน(1,200 – 2,400 บาท)

ส่งมอบความหมายดีๆของโคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) ให้คนที่คุณรักกันเถอะ♪

โคลเวอร์ (ต้นโคลเวอร์ขาว) มีภาษาดอกไม้ที่เกี่ยวกับความรัก และ ความสุขหลายคำด้วยกัน ทำให้เป็นที่นิยมในการนำมามอบให้เป็นของขวัญ และหากท่านกำลังมองหาดอกไม้ ต้นไม้ เพื่อนำไปอวยพรงานมงคลต่างๆแล้วละก็ โคลเวอร์ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว


ช่วงโฆษณา : GreenSnapSTORE ของเรามีดอกไม้ และพืชต่างๆพร้อมจัดส่งตามฤดูกาล ทั้งจัดทำเป็นของขวัญ หรือท่านใดที่สนใจในการนำต้นไม้ตกแต่งภายในบ้านเพื่อเพิ่มความสดชื่น สามารถลองชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มเติมได้เลย 

  • บล็อกเพลง ももいろの鍵 (momoiro no kagi) มีพูดถึงโคลเวอร์ก็เลยลองนำบทความเกี่ยวกับโคลเวอร์ที่เขียนไว้ในเว็บไซต์ของคนญี่ปุ่นที่เหมือนจะขายต้นไม้ ดอกไม้มาแปลดู (ใครอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วอยากสนับสนุนร้านเขา ก็เชิญได้เลย55 → https://greensnap.co.jp/)
  • ซึ่งเนื้อหาที่นำมาแปลนี้ถูกเขียนโดยชาวญี่ปุ่น ในบริบทประเทศญี่ปุ่น ก็ไม่รู้ว่าภาษาดอกไม้ของโคลเวอร์ในญี่ปุ่น จะนำมาใช้ได้ในไทยหรือเปล่า Yumi-chan ก็ไม่มั่นใจ (ถ้าใครได้มาอ่าน จะเอาไปอ้างอิงอะไรยังไงก็หาข้อมูลโคลเวอร์ในไทยเพิ่มเติมด้วยก็จะดี)
  • อ่านบทความนี้แล้วลองเอาภาษาดอกไม้ไปเทียบกับเพลง อาจจะทำความเข้าใจเพลงได้เพิ่มขึ้น

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ เจอกันใหม่ Blog ต่อไป
Yumi-chan

ももいろの鍵 (The Peachy Key) – แปลไทยโดย Yumi-chan

 

 

 

MORE MORE JUMP!  x Megurine Luka (3DMV ver.)

 

 

泣いてるの?怒ってるの?
naiteru no? okotteru no?
ร้องไห้เหรอ? โกรธอยู่เหรอ?

幼い声が問う
osanai koe ga tou
ตัวฉันในวันวานถามขึ้น

心配いらないよ 笑えてるよ
shinpai iranai yo waraeteru yo
ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันยังยิ้มได้อยู่

返事は宙に浮くだけ
henji wa chuu ni uku dake
คำตอบทำได้เพียงเลื่อนลอยในอากาศ

 

あの日描いたもの 夢の色
ano hi egaita mono yume no iro
สีสันของความฝันที่ได้วาดไว้เมื่อตอนนั้น

しだいに濃くなる
shidai ni koku naru
ยิ่งเวลาผ่านไปมันยิ่งชัดเจน

1人じゃないことも分かってるよ
hitori janai koto mo wakatteru yo
และเมื่อมองไป รอบข้าง ฉันก็รู้นะว่า

横を見ている
yoko o mite iru

ฉันไม่ได้ตัวคนเดียว

 

ふと振り返る 遠くなっていく
futo furikaeru tooku natte iku
พอลองหันหลังกลับมาดู เส้นทางที่ได้เลือกเดิน

分かれ道はまるでジオラマに
wakaremichi wa marude jiorama ni
ที่ไกลออกไปเรื่อยๆนั้นเหมือนกับโมเดล

馴染んだ思い出のよう
najinda omoide no you
ฉากในห้วงคำนึงที่ฉันคุ้นชิน

 

いざなったクローバー この場所を選んで

izanatta kuroobaa kono basho o erande
โคลเวอร์ได้เชื้อเชิญฉันมา เลือกที่ที่ตรงนี้

輝くステージに立っている
kagayaku suteeji ni tatte iru
ยืนบนเวทีแสดงอันเจิดจรัส

共に行くあなたの手 掴んだその手が
tomo ni iku anata no te tsukanda sono te ga
มือของเธอที่ฉันจับไว้ มือของเธอที่เดินร่วมทางกันมา

痛くないようにと願っているから
itakunai you ni to negatte iru kara
ฉันขอให้ไม่มีความเจ็บปวดใดมากล้ำกราย

 

かじかんで かじかんで
kajikande kajikande
มันชาไปหมด จนขยับไม่ได้

その度に暖めて
sono tabi ni atatamete
เวลาแบบนั้นอยากฉันได้ไออุ่นจากเธอ

煌めくライトも落ちる影も
kirameku raito mo ochiru kage mo
แสงไฟเวทีระยิบระยับ เงาที่ทอดผ่านพื้น

全て愛していたいから
subete aishite itai kara
อยากจะรักมันทุกทุกอย่าง เพราะงั้น

泣かないで 泣かないで
nakanaide nakanaide
ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง

そのために側にいる
sono tame ni soba ni iru
ฉันจะอยู่ข้างๆเธอ ไม่ให้เธอหลั่งน้ำตา

震える指にこの手を添えて
furueru yubi ni kono te o soete
ฉันจะกุมมือที่สั่นระริกนี้ไว้

今 鍵を開けるまで
ima kagi o akeru made
จนกว่า เธอจะไขกุญแจเปิดประตูออกไป

 

やがて背負うもの 託す音
yagate seou mono takusu oto
ในตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องแบกรับ เสียงความคาดหวัง

輪郭は濃くなる
rinkaku wa koku naru
สิ่งเหล่านั้นชัดเจนมากขึ้น

1人じゃないことも分かってるよ
hitori janai koto mo wakatteru yo
และเมื่อมองไป ข้างหน้า ฉันก็รู้นะว่า

前を見ている
mae o mite iru
ฉันไม่ได้ตัวคนเดียว

 

ふと振り返る 見えなくなっていく
futo furikaeru mienaku natte iku
พอลองหันหลังกลับมาดู

分かれ道はまるで
wakaremichi wa marude
เส้นทางที่ได้เลือกเดินมันเริ่มเลือนราง

写真立てにしまった記憶のよう
shashin tate ni shimatta kioku no you
เหมือนความทรงจำที่เก็บเอาไว้ในกรอบรูป

 

いざなったクローバー その葉を手に取って
izanatta kuroobaa sono ha o te ni totte
โคลเวอร์ได้เชื้อเชิญฉันมา ฉันจึงรับใบของมันไว้

新たなステージを待っている
arata na suteeji o matte iru
ฉันตั้งตารอที่จะได้ขึ้นบนเวทีแห่งใหม่

共に行くあなたの目 見つめたその目の
tomo ni iku anata no me mitsumeta sono me no
ดวงตาของเธอที่ฉันมองเข้าไป ดวงตาของเธอที่เดินร่วมทางกันมา

星が褪せぬように 願っているから
hoshi ga asenu you ni negatte iru kara
ฉันหวังว่าดวงดาวภายในนั้นจะไม่ดับแสงไป

 

眩しくて 眩しくて
mabushikute mabushikute

แสงที่ส่องมา มันช่างสว่างจ้า

その先に手を伸ばして
sono saki ni te o nobashite
แต่ฉันยังคงเอื้อมมือออกไปข้างหน้า

触れたものも 受けた傷も
fureta mono mo uketa kizu mo
สิ่งที่ฉันได้รับรู้ บาดแผลที่ฉันได้รับ

全て憶えていたいから
subete oboete itai kara
อยากจะจดจำมันทุกทุกอย่าง เพราะงั้น

負けないで 負けないで
makenaide makenaide
อย่ายอมแพ้นะ อย่ายอมแพ้

そのために側にいる
sono tame ni soba ni iru
ฉันจะอยู่ข้างๆเธอ ไม่ให้เธอถอดใจ

隔たりの奥 見えない世界まで
hedatari no oku mienai sekai made
จนกว่าจะไปถึงฝั่งฝันที่ปรารถนา

届いて欲しい夢
todoite hoshii yume
ในโลกอนาคตอันห่างไกลที่ยังมาไม่ถึง

 

泣いてるの?怒ってるの?
naiteru no? okotteru no?
ร้องไห้เหรอ? โกรธอยู่เหรอ?

幼い声が問う
osanai koe ga tou
ตัวฉันในวันวานถามขึ้น

心配いらないよ 笑えてるよ
shinpai iranai yo waraeteru yo
ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันยังยิ้มได้อยู่

返事を歌にして 届けていく
henji o uta ni shite todokete iku
เปลื่ยนคำตอบเป็นบทเพลง แล้วส่งไปถึงเธอ

 

今微笑んで 微笑んで
ima hohoende hohoende
ตอนนี้ ระบายรอยยิ้ม ยิ้มออกมา

優しさをその頬へ
yasashisa o sono hoho e
ให้พวงแก้มแต่งแต้มด้วยความอ่อนโยน

煌めくライトも 落ちる影も
kirameku raito mo ochiru kage mo
แสงไฟเวทีระยิบระยับ เงาที่ทอดผ่านพื้น

全て持っていくから
subete motte iku kara
ฉันจะจดจำไว้ทุกเรื่องราว เพราะงั้น

乗り越えて その先へ
norikoete sono saki e
ก้าวข้ามไป สู่หนทางข้างหน้า

ただ前へ歩いていく
tada mae e aruite iku
แล้วก้าวตรงไปแบบนั้น

震える指にこの手を添えて
furueru yubi ni kono te o soete
ฉันจะกุมมือที่สั่นระริกนี้ไว้

今 鍵を開ける
ima kagi o akeru
เวลานี้ ไขกุญแจเปิดประตู

 

錆び付いていても
sabitsuite ite mo
ถึงแม้จะขึ้นสนิม

消えない色で 今
kienai iro de ima
แต่ด้วยสีสันที่ยังไม่จางไป ตอนนี้

ドアを開ける
doa o akeru
เปิดประตู

 

 

ถ้าให้ Yumi-chan ลองแปลชื่อเพลงเพลงนี้

Yumi-chan คงจะแปลว่า “กุญแจร้อยเฉด” (Yumi-chan รู้ตัวเองดีว่า เซนส์การตั้งชื่ออะไรแบบนี้ไม่ค่อยจะมี… )

 

ที่มาของรูปภาพ

แต่นอกจากความหมายชมพูๆแล้ว จากคอมเมนต์คนญี่ปุ่นเหมือนว่า ももいろ ไปพ้องกับ   百色( 百=หนึ่งร้อย, 色=สี)=การที่จะเป็นสีอะไรก็ได้ (การที่ตัวเองจะสามารถเป็นอะไรก็ได้)

Yumi-chan พอรู้ก็อึ้ง ว้าว✨

เซนส์ตั้งชื่อ iyowa-san เจ๋งโคตร (ถึงแม้ที่มาของชื่อ iyowa จะเป็นแค่เพราะผู้แต่ง “ท้องไส้ไม่ค่อยจะดี” (胃(i)=กระเพาะ+弱(yowa)=อ่อนแอ) แค่นั้นเอง55  )


แปลไปแปลมา ตรงนี้ใช้ “ฉัน” ตรงนี้ใช้ “เธอ” Yumi-chan เลยสงสัยว่าฉันๆเธอๆ ในแต่ละที่ “ฉันคือใคร?” “เธอคือใคร?” เพื่อคลายข้อสงสัย Yumi-chan เลยไปงม MV มาแล้วลองไล่ไทม์ไลน์ดู (ความมโนส่วนบุคคลล้วนๆ)

 

1. ท่อนแรกตรงนี้มีตัวเองตอนเด็ก ถามตัวเอง “ตอนปัจจุบัน”ที่ใส่ชุดเดรส(ไอดอล) ตรงนี้ไม่ต้องพลิกแพลงอะไร ความหมายตามเนื้อเพลง

 

 

 

2. “สีสันของความฝันที่ได้วาดไว้เมื่อตอนนั้น” ตั้งแต่ท่อนนี้ Yumi-chan คิดว่าเป็นการย้อนความเป็นมาของตัวเอง“ตอนเด็ก” (ชุดนร.)

(ฉัน)

โดยมี
“ฉันขอให้ไม่มีความเจ็บปวดใดมากล้ำกราย”
“ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง” ท่อนที่มาโต้ตอบ ปลอบโยน ภาวนาฉัน ตรงนี้คือ “ปัจจุบัน” ที่เป็นไอดอล

(เธอ)

ฉันจะอยู่ข้างๆเธอ จนกว่า เธอจะไขกุญแจเปิดประตูออกไป”

 

 

3.“ในตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องแบกรับ เสียงความคาดหวัง” ตั้งแต่ท่อนนี้ Yumi-chan คิดว่าเป็นตอน ย้อนความถึงตัวเองในอดีตที่เป็นไอดอล (ฉัน)

 

 

4.“ฉันหวังว่าดวงดาวภายในนั้นจะไม่ดับแสงไป”

อย่ายอมแพ้นะ อย่ายอมแพ้ ‘เธอ’ที่มาตอบโต้ตรงนี้ Yumi-chan คิดว่าเป็นตัวเองที่เป็นผู้ใหญ่ในอนาคต (เธอ)

 

 

ฉันจะอยู่ข้างๆเธอจนกว่าจะไปถึงฝั่งฝันที่ปรารถนา ในอนาคตอันห่างไกลที่ยังมาไม่ถึง”

***คนที่วาดด้วยเส้นสีชมพูด้านหลัง มีหลายคน ตัวตนไม่แน่นอน(ปิดหน้าด้วยช่อดอกไม้) =ตัวเองที่เป็นผู้ใหญ่ในอนาคต อนาคตที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ (ครู พยาบาล นักวาด ฯลฯ)

 

 

 5. กลับมาที่เนื้อเหมือนท่อนแรก ความหมายตามเนื้อเพลง

 

 

และท่อนสุดท้ายตัวเองที่เป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน(ที่คนดูก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ไอดอลแล้ว) ไม่มี ‘เธอ’ แล้ว

“ฉันจะกุมมือที่สั่นระริกนี้ไว้ ไขกุญแจเปิดประตูก้าวข้ามอดีต ไปสู่หนทางข้างหน้า”

 

ป.ล.
・Yumi-chan อ้างอิงไทม์ไลน์ (จากการมโน) นี้ในการแปล

・การที่ตัวเองพูดคุยกับตัวเองในจิตใจอะไรอย่างงี้ มันให้อารมณ์ดูอ่อนไหว เปราะบางดี

 

 

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ เจอกันใหม่ Blog ต่อไป
Yumi-chan

 

 

 

 

[แปลบทความ]“TONDEMO-WONDERZ” เมสเซจเปี่ยมล้นพลังบวก ที่ถูกซ่อนไว้ภายในการเล่นคำ

 

คอลัมน์เนื้อเพลง トンデモワン ダーズ  (TONDEMO-WONDERZ)

แปลไทยโดย Yumi-chan

 

“TONDEMO-WONDERZ” เมสเซจเปี่ยมล้นพลังบวก ที่ถูกซ่อนไว้ภายในการเล่นคำ

ผู้เขียนคอลัมน์ Kawer

 

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2021 เพลง トンデモワンダーズ (TONDEMO-WONDERZ) ได้ถูกเพิ่มลงไปในเกมมือถือแนว Rhythm “Project Sekai: Colorful Stage feat. Hatsune Miku” (หลังจากนี้ย่อเป็น Project Sekai) ซึ่งเป็นเกมที่เกิดจากความร่วมมือกันของ SEGA และ Colorful Palette

หน้าจอตอนเข้าเกม Project sekai

ครั้งนี้เราจะมาทำความเข้าใจเมสเซจที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน “การเล่นคำอันแยบยล” ในเนื้อเพลงนี้กัน

 

โลกไม่ธรรมดาที่ Sasakure.UK รังสรรค์

เนื้อเรื่องเกม Project Sekai เกิดขึ้นที่ “ชิบูย่า” ยุคปัจจุบัน กับ

“โลก” เสมือนจริงที่เกิดจากการรวมตัวของความปรารถนาของผู้คน

ในเกมผู้เล่นจะได้พบกับตัวแทน VOCALOID ทั้ง 6 คน ที่จะมาสร้างสีสัน นำโดย ฮัตสึเนะ มิกุ และ VOCALOID คนอื่นได้แก่ คากามิเนะ ริน, คากามิเนะ เลน, เมกุริเนะ ลูกะ, MEIKO, KAITO

VOCALOID ทั้ง 6 คน

ความดีงามของเกมนี้คือ ในเกมมีเพลง Vocaloid ดังๆ มาให้ได้สนุกกับการกดตามจังหวะกัน

ยกตัวอย่างเช่น

เพลง “Senbonzakura”(Kurousa), เพลง “KING”(Kanaria), เพลง “Yoru ni kakeru”(Ayase), เพลง “Deamaturgy”(Eve) และเพลงดังอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งเพลงที่จะนำมาแนะนำกันในครั้งนี้คือเพลง “TONDEMO-WONDERZ” ที่เพิ่มเข้ามาในเกมเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน โดยเป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดย sasakure.UK

หน้าเพจ Youtube ของ sasakure.UK

ราวๆ ปี ค.ศ. 2007 sasakure.UK ได้เริ่มอัพโหลดเพลง Vocaloid ลงบนอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นเขาก็แต่งเพลงฮิตติดใจผู้คนออกมาเรื่อยๆ และปัจจุบันเขายังแต่งเพลงให้ศิลปินท่านอื่นร้องอีกด้วย

สมัย sasakure.UK ยังเป็นนักเรียน เขาได้รับอิทธิพลจากนักแต่งเพลง และคนเขียนเนื้อเพลงหลายๆท่านด้วยกัน ผ่านงานวรรณกรรมญี่ปุ่น และกิจกรรมการร้องประสานเสียง

ประสบการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้งานเพลงของ sasakure.UK พัฒนากลายเป็นเอกลักษณ์ในแบบของตัวเขาเอง

“TONDEMO-WONDERZ” นั้นก็มีเนื้อเพลงที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ถ้าอย่างนั้นเราไปดูเนื้อเพลงที่ว่ากันเลย


エビバディ→解体! 思い出に消しゴム!? あれっ。
ebibadi→kaitai! omoide ni keshigomu!? aree.

ทุกคน → กระจัดกระจาย!  เอายางลบใส่ในความทรงจำ!? เอ๊ะ

ハイになる? 廃になる? はい, とは言えな~い!!!
 hai ni naru? hai ni naru? hai, to wa iena~i!!!

กลายเป็นเถ้าถ่าน? ใช้การไม่ได้? ฉันพูด “ยอมรับ” ออกมาไม่ได้หรอก~!!!

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


TONDEMO-WONDERZ เป็นเพลงป๊อปที่ให้ความรู้สึกสนุก ครึกครื้น ใช้จังหวะเร็วสมกับเป็นเพลง Vocaloid มีเนื้อเพลงที่ใช้คำศัพท์พ้องเสียงกัน และใช้การขับร้องประสาน มาเติมความรู้สึกดีๆให้ผู้คน

แต่เพลงที่มีจังหวะสนุกสนานนี้อีกด้านหนึ่ง ก็มีเนื้อเพลงเต็มไปด้วยข้อความที่ต้องการสื่อสารถึงผู้ฟังด้วยเช่นกัน


ตัวเอกรู้สึกฝังใจกับความผิดพลาดเมื่อสมัยก่อน จึงพยายามจะลบความทรงจำที่ไม่ดีทิ้ง

แล้วผลที่ตามมาจะเป็นผลดี หรือผลร้ายกันแน่นะ

ถึงแม้จะเป็นอดีตที่เลวร้าย แต่ตัวเอกก็ยังคงชั่งใจว่าจะลบอดีตแย่ๆนั้นให้หายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆดีไหม


ソンな時代でいいよ 僕らまだ “ワンダー” 信じてる、
sonna jidai de ii yo bokura mada “wandaa” shinjiteru,

ยุคสมัยแบบนี้ก็ไม่เห็นเป็นไร พวกเรายังคงเชื่อใน “ความอัศจรรย์” อยู่

の ノ No? know!
no no No? know!

โน โน No? know!        

おとなたちの鋭利(営利)な目盛(×メモリー) 
otonatachi no eiri na memorii 

หน่วยวัดของพวกผู้ใหญ่ที่พร้อมทิ่มแทง 

悩まされすぎちゃって 寄り目になっちゃいそーね!!
nayamasare sugichatte yorime ni nacchaisoo ne!!

ทำให้กังวลไปหมด จนดวงตาแทบจะเหล่แล้วเนี่ยー!!

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


「ソンな時代」(sonna jidai) ที่เขียนด้วยคาตาคานะตรงนี้คงไปพ้องเสียงกับ

そんな=แบบนี้ และ 損な= ทำลาย, ทำให้บาดเจ็บ, (อารมณ์)หดหู่, (สุขภาพ)แย่ลง


ถึงแม้ตัวเอกอยากจะมีชีวิตอยู่ด้วยหวังว่าจะได้ประสบกับ “ความตื่นเต้น” ที่ยังไม่เคยพานพบ แต่กระนั้นสังคมก็มีสิ่งที่เรียกว่ากฎเกณฑ์ มาตรฐานของผู้ใหญ่ มาประเมินพวกเขาแทบทุกอย่าง

ตัวเอกก็เลยกลุ้มใจว่า เพื่อการดำเนินชีวิตให้ง่าย ไม่ลำบาก เราจะต้องทำตัวตามแบบที่สังคมวางไว้ด้วยหรือไม่

 

โอบกอดทั้งความผิดพลาดในอดีต และความสำเร็จนั้นไว้

成功失敗も「全部」だいすき! でいいじゃん!!
seikou shippai mo “zenbu” daisuki! de ii jyan!!

จะสำเร็จจะผิดพลาด ชอบ”ทั้งหมด”ไปเลยสิ!!

みんなみんなウチューしよ? の魂胆で
minna minna uchuu shiyo? no kontan de

ด้วยแผน มามะทุกคน จูーจุ๊บกันเถอะ?

だってだって君ももっと笑えたじゃん!?
datte datte kimi mo motto waraeta jyan!?

ดูสิ ดูสิ ตอนนี้เธอก็ยิ้มกว้างกว่าเดิมแล้วนะ!?

スットンキョウでサイキョウな僕らは
suttonkyou de saikyou na bokura wa 

พวกเราที่ทั้งสุดยอดและไม่เหมือนใคร

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


ตรงท่อนฮุกมีเนื้อที่ว่า ไม่เพียงเฉพาะยอมรับสิ่งที่ดีๆเท่านั้น ยอมรับในด้านที่แย่ๆด้วย

เพราะว่า เมื่อยอมรับทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว “ตัวเธอ” จะสามารถยิ้มออกมาจากใจจริงได้มากกว่า ตอนยึดติดเพียงความเพอร์เฟกต์เสียอีก


まだまだ消さないで!? 未来はここからじゃん!!
madamada kesanaide!?  mirai wa koko kara jyan!!

อย่า อย่าพึ่งลบทิ้งเลยนะ!? อนาคตน่ะมันพึ่งจะเริ่มต่างหาก!!

みんなみんな一緒しよ! のポーズで
minna minna issho shiyo! no poozu de 

โพสท่าว่าพวกเราทุกคนจะอยู่ด้วยกัน!

ちょっとやそっとじゃ崩れない笑顔どうじゃん!
chotto ya sotto ja kuzurenai egao dou jyan!

รอยยิ้มที่ไม่จางไปง่ายๆล่ะว่าไง!

100回トンだらトンデモお菓子いセカイ
hyakkai tondara tondemo okashii sekai

กระโจนมันเข้าไป 100 ครั้ง โลกพิศวงแปลกประหลาดใบนี้

ワンワンでツーカーでスリーフォーエビバディ ショウタイム!
wanwan de tsuukaa de suriifoo ebibadi shoutaimu!

วัน one 2 ซี้ three four Everybody showtime!

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


เมสเซจที่ใส่เข้าไปในท่อนนี้คือ “อย่าลบความทรงจำนั้นไปง่ายๆ เพราะว่าความทรงจำนั้นจะเชื่อมไปยังอนาคต”

ผมคิดว่าท่อนนี้คงเป็นเมสเซจสำคัญที่สุดของเพลงที่ sasakure.UK ต้องการจะสื่อ

และท่อน 「100回トンだらトンデモお菓子いセカイ」(hyakkai tondara tondemo okashii sekai) คงจะสื่อได้ถึง “ความหวัง” ว่าถ้าได้พยายามสัก 100 ครั้ง ก็อาจเข้าไปพานพบกับ “โลกที่เราไม่เคยคาดคิด” ก็เป็นได้

 

คำตอบที่ได้มาหลังจากการลังเล

ツッコんでトンでドッカンでツンでもう一回
tsukkonde, tonde, dokkan de, tsun de mou ikkai

พุ่ง กระโจน ระเบิดบึ้ม ไปต่อไม่ได้ อีกรอบ

ツッコんでトンでドッカンで ツンでもう一回
tsukkonde, tonde, dokkan de, tsun de mou ikkai

พุ่ง กระโจน ระเบิดบึ้ม ทางตัน เอาใหม่

スリーツーワン わ〜ミステイク
3, 2, 1 wa~misuteiku

3,2,1 ว๊า〜 พลาดแล้ว

スリーツーワン
3, 2, 1

3, 2, 1

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


เมื่อถึงท่อนนี้ความลังเลที่มีมาตั้งแต่ต้นเพลงก็หมดไป
แทนที่จะลบความทรงจำแย่ๆทิ้ง ตัวเอกเลือกที่จะไม่ยอมแพ้นำประสบการณ์มาเป็นบทเรียนแล้วมุ่งไปข้างหน้า

การท้าทายที่ถึงแม้จะเลยครั้งที่ 100 แล้วตาม ตัวเอกก็ยังคงลุกขึ้นมาเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ท่อนนี้มีคำว่า「小指拝借」(小指 (koyubi)=นิ้วก้อย, 拝借 (haishaku)=การขอยืม)

น่าจะสื่อถึงการเกี่ยวก้อยสัญญา หรือก็คือ ตัวเอกนั้นได้ให้สัญญากับ “เธอ” ว่า “ไม่ลบหรอกทั้งความสุขทั้ง ความผิดพลาดอะไรนั่น!!”


セカイ, ウチュー(宇宙), 未来 超だいすきでギューじゃん!
sekai uchuu mirai chou daisuki de gyuu jyan! 

จะโลก จะอวกาศ จะอนาคต ชอบที่สุดเลย กอดกอดกัน!

みんなみんな笑っちゃえの正解(世界)は
minna minna waracchae no sekai wa

โลกที่ทุกทุกคนจะมีรอยยิ้ม

宿敵(ライバル) 逆境 モンスター何だってin(良ん)じゃん!
raibaru gyakkyou monsutaa nan datte in jyan!

คู่ต่อสู้ สถานการณ์เลวร้าย มอนสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็เข้ามาเลย!

スットンキョウでサイキョウ, お菓子いだろ?
suttonkyou de saikyou, okashii daro?

แข็งแกร่งแต่บ้าบอ พิลึกนะว่าไหม?

(ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง TONDEMO-WONDERZ)


旋回 (senkai) =การหมุนเป็นวงกลม   พ้องเสียงกับ       千回= พันครั้ง

満開 (mankai)=(ดอกไม้,รอยยิ้ม)เบิกบาน พ้องเสียงกับ 万回=หมื่นครั้ง


การพยายามกับอะไรสักอย่างย่อมต้องมีพลาดบ้าง สำเร็จบ้าง
ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือร้าย การไม่เลือกลบความทรงจำเหล่านั้นไป แล้วให้มันเป็นประสบการณ์สู่อนาคต

ยังไงเสีย การเกิดขึ้นของความผิดพลาด และสำเร็จก็คงจะสลับวนเวียนอย่างนี้เป็นหมื่นๆครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

เนื้อเพลงหลังจาก ∞ (สัญลักษณ์อินฟินิตี้) ที่แสดงถึงความเป็นอนันต์หรือไม่มีที่สิ้นสุด มีเนื้อเพลงต่อว่า

「不死議は鳥壊せない!」(fushigi wa torikowasenai!)
ส่วนที่ว่า「鳥壊せない」(torikowasenai!) นั้นน่าจะไปคล้องกับ

取り壊せない」ที่หมายถึง ไม่มีสิ่งใดมาทำอะไรเราได้

และท่อนนี้ยังมีการกล่าวถึงนกฟีนิกซ์ ที่อาจสื่อถึง ความมุ่งมั่นที่ถึงแม้ว่าจะล้มเหลวสักกี่ครั้ง เราก็จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งก็เหมือนกับ  不死鳥 (fushichou)= นกฟีนิกซ์ ที่ไม่ว่าชีวิตจะดับลงกี่ครั้ง แต่ชีวิตของนกฟีนิกซ์ก็ไม่เคยดับสูญและจะเกิดใหม่อีกครั้งเสมอ

 

เพลงให้กำลังใจที่ความหมายขึ้นอยู่กับผู้ฟังแต่ละคน

เพลง TONDEMO-WONDERZ ที่มีจุดเด่นที่เนื้อเพลงที่สนุกสนาน ทำนองครึกครื้นติดหูนี้

ถ้าหากเรามาลองวิเคราะห์เนื้อเพลงดู TONDEMO-WONDERZ ไม่ใช่เพลงที่พูดถึงเรื่องความอึดอัดในการที่จะต้องแสวงหาความสมบูรณ์แบบแต่อย่างใด แต่เป็นเพลงที่ต้องการจะสื่อว่าเราควรจะนำประสบการณ์ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวที่ผ่านมา ให้มันเป็นบทเรียนในอนาคตภายภาคหน้าต่อไปต่างหาก

TONDEMO-WONDERZ เป็นบทเพลงที่การเข้าใจความหมายจะต่างออกไปตามผู้ฟังแต่ละคน

แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผู้ฟังจะรับรู้ได้เหมือนกันก็คงจะเป็น “เมื่อได้ฟังเพลงให้กำลังใจเพลงนี้ ภายในใจจะรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลม ณ ตรงไหนสักแห่ง”

ท้ายที่สุดนี้ผมก็อยากให้ทุกคนได้ลองไปฟังเพลงพร้อมดู MV แล้วลองทำความเข้าใจเนื้อเพลงในแบบของตัวเองกัน

 

            Music, Lyrics                              : sasakure.UK                
            Keyboard, Key arrangement       : 岸田勇気(有形ランペイジ)

            Illustration, Video                        : APO+

Hatsune miku x KAITO

Illust      : 4                                                                   

Movie    :   OTOIRO

Wonderlands x Showtime x KAITO

 

 

・Yumi-chan ได้ยึดคอลัมน์ของคนคนนี้ในการแปลเพลง TONDEMO-WONDERZ ในบล็อกคราวก่อน ก็เลยคิดว่าไหนไหนก็ไหนไหน มาแปลคอลัมน์อีกหน่อยจะเป็นไรไป (แถมพอแปลคอลัมน์ไปเรื่อยๆ ก็เลยได้ไปแก้บางจุดที่แปลเพลงอีก55)

・สำหรับ Yumi-chan การที่ได้อ่าน คอลัมน์นี้กับการไม่ได้อ่านคงจะทำให้ การแปลเพลงต่างจากที่แปลไปแล้วมากๆเลย หวังว่าถ้าเพื่อนๆที่ได้มาอ่าน ความเข้าใจในเนื้อเพลงจะเพิ่มขึ้นสักนิดก็โอเคแล้วค่ะ

・แต่แปลคอลัมน์ก็ไม่ได้ง่ายเลยนะ55

 

 

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ เจอกันใหม่ Blog ต่อไป

Yumi-chan 

 

ขอขอบคุณ คอลัมน์เนื้อหาที่นำมาแปล

https://utaten.com/specialArticle/index/6430